ส่องแฟนสาว โค้ชเอก นักศึกษาปี2 โชว์ของขวัญวันเกิด ซื้อให้ก่อนไปติดถ้ำหลวง

จากเหตุการณ์ที่โค้ชเอก หรือ เอกพล จันทะวงษ์ โค้ชฟุตบอลของนักเรียนที่ติดในถ้ำหลวงต่างมีประเด็นออกมาดราม่ากันมากมาย และล่าสุดแฟนสาวโค้ชเอก โพสเฟสบุกครั้งแรกเกี่ยวกับของขวัญวันเกิดที่โค้ชเอก ซื้อให้ก่อนไปติดถ้ำหลวง แฟนสาวเล่าว่าโค้ชเอก เก็บเงินซื้อของขวัญชินนี้ด้วยตัวเองมานานกว่า9เดือน เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ5ปีที่คบกัน

ทางผู้สื่อข่าวจึงไปสอบถามเจ้าของเฟสบุกที่ชื่อ Nattaya Parahee ที่อ้างตัวเป็นแฟนเก่าของโค้ชเอก ชื่อจริงคือ นางสาว อรพรรณ จันทร์กระจ่าง นักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปี2 จากการสอบถามญาติหรือคนสนิทยืนยันตรงกันว่าเป็นเรื่องจริงที่โค้ชเอก ซื้อทอง1บาทเป็นของขวัญวันเกิดให้แฟนในวันครบรอบ5ปีก่อนที่จะไปติดอยู่ในถ้ำ ทั้ง2คนคบกันมานานแล้ว ดูแลเอาใจใสกันเป็นอย่างดี และมีแพลนจะแต่งงานกันเมื่อเรียนจบ

อย่างไรก็ตามทุกคนคอยเป็นกำลังใจให้เด็กทั้ง13และโค้ชเอกออกมาอย่างปลอดภัย

อยากมีความสุขไหม ลองทำ7วิธีนี้ รับลองได้ผล

จะมีความสุขในยุคปัจจุบัน
1. อยู่กับ..ตนเอง : ให้คิดบวก

2. อยู่กับ..พรรคพวก : ให้เมตตา

3. อยู่กับ..ปัญหา : ให้ลงมือแก้

4. อยู่กับ..พ่อแม่ : ให้กตัญญู

5. อยู่กับ..ผู้รู้ : ให้ถ่อมตน

6. อยู่กับ..ชุมชน : ให้สร้างความดี

7. อยู่กับ..โลกใบนี้ : ให้ปล่อยวาง

อย่ามัวทุกข์ใจ
กับ คำพูด ของคนบางคน

ต่อให้… ทำดีแค่ไหน..?

ก็… เป็น ไป ไม่ ได้

ที่จะให้ ถูกใจ ใคร .. ทั้งหมด …

จงมองว่า …

ทุก ” ปัญหา ” ที่เข้ามา… ในชีวิต

คือ …” #บททดสอบ ” …

เรา… จะเติบโตอย่าง ” เข้มแข็ง ” ได้อย่างไร..?

หาก…” ชีวิต ” .. ไม่เจอปัญหา … #ให้แก้ไข …

ความสุข ณ ปัจจุบัน

ถ้าไม่อยากต้องเสียใจ อย่าลองใจใครเด็ดขาด ทุกคนตั้งใจอ่านให้จบ

เมื่อใดที่เธอเหนื่อย มีคนมากมายบอกกับเธอว่า “เหนื่อยก็ไม่ต้องทำแล้ว พักบ้างเถอะ” แต่คนที่พูดหยิบยื่นเงินให้เธอใช้ไหม?

เมื่อใดที่เธอป่วย มีคนมากมายบอกกับเธอว่า “กินยา แล้วพักผ่อนเยอะๆนะ” แต่จะมีสักกี่คนที่ซื้อยามาให้เธอกิน?

เมื่อใดที่โทรศัพท์เธอพัง มีคนมากมายบอกกับเธอว่า “พังแล้วก็เปลี่ยเครื่องใหม่เถอะ” แต่มีใครให้เงินเธอเพื่อไปซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่?

เมื่อใดที่เธอเผชิญกับความลำบาก มีคนมากมายบอกกับเธอว่า “เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ไม่ต้องคิดมาก” แต่จะมีสักกี่คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือยามเธอลำบาก?

เธอเอ๋ย ละครโรงใหญ่ของโลกใบนี้ไม่เคยขาดคนชม หากเธอไม่พยายาม วันใดที่เธออับจน ใครสักกี่คนจะยื่นมือเข้ามาอุ้มชู?

วันใดที่เธอเจ็บป่วยถึงขั้นนอนติดอยู่กับเตียง

วันนั้นเธออาจไม่มีอะไรให้กลัวอีกต่อไป แต่ใครๆต่างจะพากันกลัวเธอ!

พ่อแม่กลัวเธอไม่หาย!

ญาติๆและผองเพื่อน กลัวเธอยืมเงิน!

คู่ชีวิตกลัวเธอจะทำให้เขาเหนื่อย

โรงพยาบาลกลัวเธอจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา

ถึงตอนนั้น กำลังวังชา ความภาคภูมิใจได้อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น ดังนั้น เธอต้องดูแลสุขภาพของตัวเธอให้ดี สุขภาพ

ไม่ดี ทุกสิ่งที่มีก็ไม่ใช่ของเธออีกต่อไป!

เธอบอกว่าแมวไม่ขโมยกิน เธอเอาปลาไปลองดูสิ!

เธอบอกว่าสามีไม่มีทางเป็นอื่น เธอให้เด็กสาวทดลองดูสิ!

เธอบอกว่าพ่อเมียแม่เมียรักเธอมาก เธอลองตีลูกสาวของเขาดูสิ!

เธอบอกว่าพ่อผัวแม่ผัวรักเธอมาก เธอลองพูดถึงเรื่องมรดกดูสิ!

เธอบอกว่าเถ้าแก่ให้ความสำคัญกับเธอมาก เธอลองต่อรองอะไรบางอย่างสิ!

เธอบอกว่ามีญาติเป็นเศรษฐี เธอลองเอ่ยยิมเงินเขาสิ!

เธอบอกแฟนรักเธอมาก เธอลองเจ็บป่วยดูสิ!

สังคมในวันนี้ อย่าได้ริอาจไปลองใจใคร เพราะหากเธอลองใจใครเมื่อใด เธอจะรู้ว่า “The End” มันคืออะไร!

อย่าลองใจใคร เพราะมันจะทำให้เธอเศร้าใจ

คำพูดบางคำ แค่ฟังก็พอ อย่าไปจริงจัง

เรื่องบางเรื่อง แค่รู้ก็พอ อย่าพูดจนหมดเปลือก

คนบางคน เข้าใจก็พอ อย่าศึกษาจนถ่องแท้

ใครดีใครร้าย รู้อยู่แก่ใจก็พอ

นิสัยที่ทุกคนต้องฝึกไว้…ก่อนสายเกินไป

ฝึกแม้จะรู้แต่ไม่พูด
พูดมากมักเสียหาย พูดมากมักผิดง่ายเพราะยิ่งพูดเร็วเท่าไหร่ ก็ชี้โพรงให้เห็นมากยิ่งขึ้น

ฝึกปลดปล่อยตัวเอง
ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด ไม่มีใครสมบูรณ์แบบที่สุด

หากรู้ตัวว่าเดินผิดทาง ก็ให้รีบหันหลังกลับ

หากรู้ตัวว่ารักผิดคน ก็ให้ตัดใจก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้

ทุกครั้งที่ผิดหวังจงนำมาเป็นพลัง สร้างตนให้แกร่งขึ้นกว่าเก่า

อย่ากักขังตัวเองไว้ในหลุมพรางแห่งความผิดพลาดหรือความผิดหวัง เพราะไม่มีใครปลด

ปล่อยคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง

ฝึกย้อนพิจารณาตนเอง
ก่อนหลับตานอนทุกคืน ย้อนพิจารณาตัวเองว่า ..

ในวันนี้ฉันทำอะไรผิด ฉันพูดอะไรผิด ฉันคิดอะไรผิด

การรู้จักย้อนพิจารณาตนเอง จะทำให้คุณทำความผิดบาปได้น้อยลง

หนทางของชีวิตย่อมสว่างขึ้น

ฝึกทิ้งอดีต
ชีวิตคนเราดำเนินไปไม่เคยหยุด หยุดเมื่อสิ้นลม

ความวาดหวังคนเราไม่เคยสิ้นสุด สิ้นสุดเมื่อสิ้นใจ

ชีวิตที่เคยรุ่งเรือง อย่าเฝ้าอาวรณ์

ชีวิตที่เคยรุ่งริ่ง อย่าเฝ้าระทม

ชีวิตที่เคยสบาย อย่าเฝ้ารอคอย

ชีวิตที่เคยลำบาก อย่าเฝ้าตอกย้ำ

ทิ้งอดีต อยู่กับปัจจุบัน มองอนาคต

ชีวิตยังอีกยาวไกล อย่ามัวถอดทอนใจ จมอยู่กับอดีต

ฝึกสำนึกคุณ
ในความผิดหวัง มีคนปลอบประโลมใจ

ในความทุกข์ยาก มีคนหยิบยื่นอุ้มชู

ในความสิ้นหวัง มีคนจุดประกาย

ในตอนหกล้ม มีคนฉุดให้ขึ้นยืน

เพราะโชควาสนา มักเป็นของผู้ที่มีจิตสำนึกคุณเท่านั้น

ข้อคิดที่ได้จากการทำงานมาครบ 10 ปี

ข้อคิดที่ได้จากการทำงานมาครบ 10 ปี
1. วิธีการขึ้นเงินเดือนที่เร็วที่สุดคือการย้ายงาน ไม่ใช่ขึ้นตำแหน่งในบริษัทเดิม

2. ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด บริษัทไม่รักคุณเท่าครอบครัวของคุณหรอก

3. อย่าทำงานจนละเลยสุขภาพของตัวเอง

4. ไอ้คนที่พูดแต่เรื่องให้คุณเสียสละทุกอย่าง ถวายตัวกับงาน office คือบ้าน ต้องกลับดึก ฯลฯ , พูดเรื่อง company loyalty/spirit/team work ซ้ำไปซ้ำมา คือคนที่หลอกใช้คุณเพื่อความเจริญของเขาเอง

5. คนที่เจริญได้เพราะนำเสนอ+ทำ powerpoint+สรุปงานเก่ง แต่ทำงานไม่ได้เรื่องอะไรเลยมีอยู่จริง คุณเหนือกว่าพวกเค้าได้ด้วยการทำงานให้เก่งด้วย+present ตัวเองเก่งด้วย

6. ควรเก็บออมเงินตั้งแต่ปีแรกของการทำงาน เพราะปีแรกของการทำงานคุณจะสนุกกับการใช้เงินจนลืมเก็บตังค์

7. ผมเคยทำงานแบบถวายหัวชนิดทิ้งทุกอย่าง ทิ้งบ้านทิ้งครอบครัว ทิ้งเพื่อนฝูง เพื่องาน เพื่อลูกค้า เพื่อบริษัท สุดท้ายผมก็ได้เรียนรู้ว่าผลตอบแทนที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเงิน ลมปาก เหล้า-เบียร์ฟรี ข้าวฟรี มันชดเชยสิ่งที่ผมเสียไปไม่ได้เลย

8. ตอนคุณไปคุยเรื่องขอลาออก ถ้าเค้า offer ตำแหน่งให้ถ้าคุณอยู่ต่อ นั่นเป็นเรื่องโกหก 100% คุณอยู่ต่อคุณก็ไม่ได้ขึ้นตำแหน่งหรอก

9. ความสามารถในการขวนขวายหาความรู้ด้วยตัวเองและกล้าที่จะลองผิดลองถูก จะช่วยให้คุณไปได้ไกลกว่าไอ้พวกงอมืองอเท้ารอคนอื่นมาสอน

10. เพื่อนร่วมงานมีทั้ง “เพื่อน” และ “คนรู้จัก” อย่าไปขาดหวังว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนที่จริงใจกับคุณ

11. จงพยายามเรียนรู้สิ่งต่างๆ นอกเหนือจากอะไรที่เกี่ยวกับงานที่คุณทำอยู่เสมอ หลายๆ อย่างที่คุณไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวกับงาน มันสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้

12. ภาษาอังกฤษสำคัญมาก

13. จงใช้วันลาพักร้อนให้เต็มที่ อย่าเกรงใจ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ

14. ความอดทน ใจเย็น สำคัญมาก จงหัดทำหน้ายิ้มแต่ด่าไอ้เห้ในใจไว้

แทนบุญคุณพ่อแม่ที่ดีที่สุด คือใช้หนี้อันศักดิ์สิทธิ์อย่างสมน้ำสมเนื้อ

วิธีตอบแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างสูงสุด ชำระหนี้อันศักดิ์สิทธิ์อย่างสมน้ำสมเนื้อ

การใช้หนี้บิดามารดามีสองระดับคือ ระดับพื้นฐาน ได้แก่การทำหน้าที่ของลูกให้ดีที่สุด คือ เมื่อท่านเลี้ยงเรามาแล้วก็ต้องเลี้ยงดูท่านตอบ ช่วยทำการงานของท่าน ดำรงวงศ์สกุล ประพฤติให้อยู่ในศีลธรรมเหมาะสมแก่การสืบทอดในมรดก และเมื่อท่านได้ล่วงลับไปแล้วก็ต้องทำบุญอุทิศบุญให้แก่ท่าน

แต่การคิดเลี้ยงดูให้พ่อแม่สุขทั้งกายสบายทั้งใจนับเป็นการใช้หนี้แค่ “ครึ่งเดียว” หากจะตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อนั้นในระดับสูงสุดต้องมีโอกาสด้วย โอกาสที่ว่านั้นคือให้โอกาสพ่อและแม่ที่ยังไม่มีที่พึ่งให้ตนเองได้มีที่พึ่งในทางจิตใจ

ที่พึ่งในทางจิตใจได้แก่ความรู้ความศรัทธาในเรื่องกรรมและการให้ผลกรรม หากท่านยังไม่มีความตั้งมั่นในทาน ยังไม่มีความตั้งมั่นในศีล แล้วผู้เป็นลูกสามารถโน้มน้าว ชักชวนให้พวกท่านมาศรัทธากรรมได้ ฝึกให้ทาน จนรู้สึกว่าหากไม่ให้แล้วเหมือนขาดอะไรไปในชีวิต ฝึกถือศีลจนประพฤติผิดแล้วรู้สึกผิดรุนแรง นั่นแหละจึงได้ชื่อว่าเราได้ตอบแทนคุณท่านอย่างสมน้ำสมเนื้อ

ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะกรรมดี คือ “ที่พึ่งที่แท้จริง” เมื่อเราสามารถทำให้พ่อแม่ได้ศรัทธากฎแห่งกรรมวิบาก ตั้งมั่นในทาน ตั้งมั่นในศีล ก็เท่ากับเราได้ตอบแทนเลือดเนื้อก้อนนี้เป็นอัตภาพดีๆในการสร้างกรรมครั้งต่อๆไปของพ่อแม่นั่นเอง

ในครั้งพุทธกาล มีพระสาวกรูปหนึ่งที่พระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นผู้ที่มีความกตัญญูและหาวิธีใช้หนี้บุญคุณบิดามารดาได้ประเสริฐที่สุดนั่นก็คือ พระสารีบุตร ท่านสารีบุตรนั้นเป็นพระอรหันต์ผู้เลิศด้วยปัญญารองจากพระพุทธเจ้า สั่งสอนอบรมให้ผู้คนกลายเป็นพระอรหันต์มาแล้วนับไม่ถ้วน แต่มีอยู่คนๆ หนึ่งที่ท่านยังไม่ได้สอนให้ หากไม่ได้สอนคนๆ นี้ให้เข้าถึงธรรมท่านก็จะยังนิพพานไม่ได้ คนๆ นั้นก็คือ โยมแม่นั่นเอง

วันหนึ่งก่อนที่ท่านจะนิพพานก็ได้กราบทูลลาพระพุทธองค์เพื่อกลับบ้านเกิด เมื่อได้รับพุทธานุญาตแล้วจึงออกเดินทางด้วยร่างกายที่ถูกรุมเร้าด้วยพิษไข้และบากบั่นมาพบหน้ากับโยมแม่ได้ คืนนั้นพระสารีบุตรได้แสดงธรรมสั้นๆ บทหนึ่งให้โยมแม่ได้ฟังจนพระนางได้ดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบัน เมื่อท่านได้ชำระหนี้อันศักดิ์สิทธิ์นี้แล้ว รุ่งเช้าก็ได้เข้านิพพานอย่างสงบ

ธรรมชาติพิเศษของการใช้หนี้บุญคุณมีอยู่ประการหนึ่ง คือยิ่งหนี้สูงแล้วเราได้ใช้คืนพ่อแม่อย่างสมน้ำสมเนื้อ เราจะได้คะแนนบวกมหาศาล น้ำหนักของกรรมดีที่เราได้ทำกับพ่อแม่จะให้ผลชัดเป็นความไม่ตกต่ำ แม้ชาติปัจจุบันถูกกรรมเก่าร้ายๆ เล่นงานก็จะได้รับความช่วยเหลือ ผ่อนหนักให้เป็นเบาตามสมควร

เรื่องน่าเศร้าคือกรรมบางอย่างอาจจะปิดบังไม่ให้เราเองเห็นช่วงเวลาที่แม่ได้รับความลำบากตั้งท้องเรามา ท่านไม่เคยเปิดเผยให้เห็นช่วงนาทีวิกฤตที่ต้องทุกข์สาหัสกับการเบ่งคลอดเราออกมา กับทั้งไม่ให้เราได้รับรู้ว่าพ่อแม่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงเรามาอย่างไร

ด้วยเหตุนี้ จึงมักทำให้ชีวิตของมนุษย์ทุกคนจึงมองเห็นแค่บุญคุณของคนภายนอกก่อน อย่างครูบาอาจารย์ บุญคุณของญาติ บุญคุณของเพื่อน และบุญคุณของใครต่อใครอื่นๆ ในโลกที่ทุ่มเทเวลาช่วยเหลือเรา และเราก็เผลออาจตัดสินว่าน้ำหนักของบุญคุณคงจะพอๆ กันกับที่พ่อแม่ช่วยเหลือเรามา

และที่สำคัญหากเราไม่ได้ตอบแทนพ่อแม่เลย ลูกของเราเองนั้นแลจะเป็นผู้ทำหน้าที่ทวงคืนแทน คือกรรมของเราเองจะไปดึงดูดเอาโอปปาติกะพวกที่จะมาเป็นลูกล้างลูกผลาญ และไม่สำนึกบุญคุณมาเกิดเป็นลูก และหากเรายังไม่มีลูกก็จะต้องทบหนี้ไปถึงชาติถัดไป

ในทางกลับกัน หากเรามีลูกอยู่แล้วไม่รับผิดชอบดูแลลูกเมียให้ดี มันอาจหมายถึงการเลื่อนเวลาชดใช้หนี้เก่าก็ได้ ต้องแยกให้ออกว่าลูกอาจติดหนี้ชีวิตเราก็จริง แต่เราเองก็อาจเคยติดหนี้เขาไว้ก่อนหากเขามาทวงหนี้คืนแล้วไม่ใช้ ชาติต่อไปเราก็มีสิทธิ์สูงที่จะไปเกิดกับพ่อแม่ที่ขาดความรับผิดชอบ เลี้ยงดูแบบทิ้งๆขว้างๆ หรือฝากคนอื่นเลี้ยงจนคุณว้าเหว่และมีปัญหาตั้งแต่เล็ก

***ความปาฏิหาริย์แห่งบุญ ที่จะช่วยให้ทุกชีวิตได้ดี สุข รวย

สวดเปลี่ยนชีวิต ก่อนนอนแค่ยกมือสวดหนุนดวงนำทางชีวิตให้ดีขึ้น

บทสวดมนต์ก่อนนอน

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ (กราบ 1 ครั้ง)
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ (กราบ 1 ครั้ง)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ (กราบ 1 ครั้ง)

พุทธะบูชา มะหาเตชะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ขอให้ข้าพเจ้ามีเดชเดชะ

ธัมมะบูชา มะหาปัญญะวันโต
ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้ามีปัญญาอันยิ่งใหญ่

สังฆะบูชา มหาโภคะวาโห
ข้าพเจ้าขอบูชาพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าอุดมด้วยอริยสมบัติ

ติโลกะนาถัง ระตะนัตตะยัง อะภิปูชะยามิ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งของโลกทั้งสาม (31 ภพภูมิ)

วันทามิเจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเน สุปติฏฐิตัง สารีริกธาตุ
ขอบูชากราบไหว้พระสถูปซึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุตามที่ต่าง ๆ

มะหาโพธิง ชินะโยจะ พุทธะรูปัง สะกะลังสะทา
ขอบูชากราบไหว้พระพุทธรูปทุกพระองค์และต้นพระศรีมหาโพธิ์ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้

บทสวดมนต์บูชาพระภูมิเจ้าที่
ทิสาทิโส เอหิภูมิโม อมมะภูมิมา อาคัจฉันตุ
ข้าพเจ้าขอสักการบูชาพระภูมิเจ้าที่พระแม่ธรณีและพระแม่คงคา ทุกทิศทุกทางทั่วสากลพิภพ

บทสวดมนต์ผูกมิตรกับมนุษย์ เทวดา และสัตว์ทั้งปวง
มนุสสานัง สะหะยัง ปิโยเทวา สีหะราชา เอหิจิตตัง ปิยังมะมะ
ขอมนุษย์ทั้งหลาย องค์เทพเทวาทั้งหลาย สัตว์ใหญ่น้อยทั้งหลาย จงมีจิตที่เป็นมิตรสามัคคีกับข้าพเจ้าด้วยเทอญ

คำแผ่เมตตาให้แก่ตนเอง
อะหัง สุขิโต โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีความสุขเถิด

อะหัง นิททุกโข โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์

อะหัง อะเวโร โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีเวร

อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความพยาบาทเบียดเบียน

อะหัง อะนีโฆ โหมิ
ขอให้ข้าพเจ้า จงเป็นผู้ไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิฯ
ขอให้ข้าพเจ้า จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญฯ

บทสวดมนต์แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์ทุกเวลาทุกสถานที่
สัพเพ สัตตา
สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพญาปัชฌา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ
จงเป็นสุขๆ เถิด อย่าได้มีความทุกข์กาย ทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุฯ
จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นนี้เทอญฯ

ทั้งนี้ การสวดมนต์ไม่มีถูก ไม่มีผิด ดังนั้นจึงไม่ต้องคำนึงว่า บทสวดมนต์ก่อนนอนที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร ส่วนผู้ที่อยากได้บทสวดมนต์ก่อนนอนสั้น ๆ หรือบทสวดมนต์ก่อนนอนแบบย่อ เนื่องจากมีเวลาจำกัด ก็อาจเลือกสวดเพียงบางบทจากหัวข้อทั้งหมดที่นำเสนอในข้างต้นนี้ได้ทันที

คนเราทุกคนที่เจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ครูบาท่านพูดไว้บ่อยครั้ง

คำของครูบาพ่อบุญชุ่ม ญาณสํวโร
ที่กล่าวไว้บ่อยครั้ง

ความผูกพันธ์ของคนที่เกิดมาพบเจอกัน

คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ความสัมพันธ์

เป็นพ่อเป็นลูก ,เป็นแม่เป็นลูก, เป็นพี่เป็นน้อง,

เป็นญาติ , เป็นเพื่อนกัน , ศัตรูคู่อาฆาต,

เป็นคนรัก เป็นเจ้านายเป็นลูก

เป็นนายทหาร เป็นขุนนาง ฯลฯ

มันเป็นบุพกรรมที่ทำร่วมกันมาทั้งนั้น

เมื่อมีวาสนาต่อสิ่งใดไม่ต้องเรียกร้อง

ถึงเวลาก็มาเอง

เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน

ไม่มีหนทางรั้งไว้

ในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยกันหรือยังไม่ได้แยกจากกัน

ยังอยู่ด้วยกัน ก็ควรสร้างกรรมดีต่อกัน

หมดวาสนาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกัน

ไม่ว่าคุณจะมีเงินทองมากมายหรือมีอำนาจล้นฟ้า

ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้

ทุกๆ วจีกรรม กายกรรม และมโนกรรม

ที่เรานึกคิดพูดล้วนเป็นกรรมหมด

อยู่ที่เจตนาเป็นตัวตัวกำหนดบุญหรือบาป

ล้วนส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตทั้งนั้น…

เราจึงควรมีเมตตาต่อกันและต่อสรรพสัตว์ร่วมโลก

ความสุขต่างก่อนวางวาย คนทุกวันนี้ มีความสุขที่แตกต่างกันไป

สุขต่างก่อนวางวาย

อยู่กับปัจจุบันนั้นให้สุข

ไม่สร้างทุกข์ให้ผู้อื่นให้ขื่นขม

ทำประโยชน์สูงสุดแก่สังคม

รอวันล้มถมกายไปตามยุค

ชีวิตก็แค่นี้.. นี่ละหนอ

อยู่เพียงพอก็พอเพียงอย่าเสี่ยงขลุก

กอบโกยโกงกันไปใจเคล้าคลุก

จมกองทุกข์ทุกคืนวันจวบบั้นปลาย

สมบัติพัสถานแค่ผ่านทิ้ง

แม้ร่างจริงก็ถูกเผาเถ้ายังหาย

คงชื่อเสียงความดีมิมีกลาย

ทั้งหญิงชายตายไปตามเวลา

อยู่กับปัจจุบันคืนวันผ่าน

ทำใจให้เบิกบานกันเถิดหนา

อดีตที่หวีดหวิวปลิวลับตา

อนาคตยังไม่มาอย่าคว้าคละ

ลดละโลภโกรธขึ้ง.. เลิกหลง

โลกธรรมย้ำตรง.. แปดข้อ

สี่คู่อยู่จงปลดปลง.. อย่ายึด

ฮึดฮัดสู้อย่าท้อ.. ฝึกไว้สู่ผล

ตถตา สะมะภพ 02/12/60

คนทุกวันนี้ มีความสุขที่ไม่ต้องเหมือนกัน
1. บางคนไปท่องเที่ยวเพราะ มีเวลา มีเงิน ไม่มีใครให้พะวง

2. บางคนชอบขี่จักรยาน ได้ออกกำลังกายเห็นสิ่งสวยงามที่ซ่อนเร้นอยู่รายทาง

3. บางคนชอบ เข้าวัด ทำบุญภาวนา ทำจิตใจให้สะอาด ดื่มด่ำในรสพระธรรม

4. บางคนชอบทำสวน ปลูกพืชผักเป็น งานอดิเรกที่แสนวิเศษ

5. บางคนเป็นผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม อุทิศตนให้สาธารณะกุศล ผู้ที่อุทิศตนให้กับประเทศชาติ เป็นบุคคลระดับมันสมอง เป็นทรัพยากรที่มีค่า

6. บางคนช่วยเลี้ยงดูหลาน เขาว่าแขนงแรงกว่ากิ่งจริงนะ เป็นความสุขที่ได้ช่วยลูกสุดที่รัก และ เฝ้าดูการเจริญเติบโตของเลือดเนื้อเชื้อไข

7. บางคนได้ดูแลสามีและภรรยาสุดที่รัก จัดว่าประเสริฐนัก ดูแลคนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ทำให้รู้ว่าน้ำตาลไม่มีวันคลายรสหวาน

8. บางคนได้ดูแลบุพการี โชคดีที่สุดที่ได้ปรนนิบัติพระอรหันต์ สุขที่ได้ทำเพื่อท่านก่อนสายเกิน

9. บางคนมีสวรรค์อยู่ในบ้าน แค่เอนกาย เปิดเพลงเบาๆ เขาก็ว่าสุขแล้ว

ชีวิตบั้นปลายแตกต่างกัน เราไม่จำเป็นต้องเหมือนใครและเอาอย่างใคร สุขใครสุขมัน สุขในสิ่งทีทำ

อย่าอวดฉลาดมากไป จะกลายเป็นคนโง่ทันที เพราะความโรภ

” สัจธรรม ” อย่างหนึ่ง .. ของชีวิต

คือ… ” ชีวิตของคนเรา . เมื่อมีขึ้น..ย่อมมีลง “

ทุกสิ่ง ทุกอย่าง … ย่อม ” ผันเปลี่ยน “…

… ยามรุ่งเรือง .. เราไม่ควรหลงใหล .. ไปกับมัน

และ… เตรียมพร้อมรับมือ กับ ” ความผันผวน “…

… ยามตกต่ำ .. ก็ไม่ควรสิ้นหวัง …

และ… ยืนหยัด ” อดทน ” รอคอย ได้อย่าง..ไม่เสียกำลังใจ

เพราะ… เรารู้ว่า.. ทุกอย่าง..มีจุดสิ้นสุดลง

ไม่มีใคร..? ดีใจสมหวัง .. ตลอดไป

ไม่มีใคร..? เลวร้าย .. เศร้าเสียใจนาน

เรา… เพียง ” ยอมรับ ” และ ” เข้าใจ “…

เรา… จะผ่านได้ .. ทั้งยามขึ้น และยามลง …

เพราะ ” ชีวิต ” ของเรานั้น …

บางครั้ง .. อาจ ” รุ่งเรือง “

บางครั้ง .. อาจ ” ตกต่ำ “

แต่.. ทุกๆ ช่วงเวลา ก็มี ” จุดสิ้นสุด ” ของมัน …

คนฉลาด อาจกลายเป็น คนโง่ได้
เพราะ… ความโลภ…

คนเก่งอาจกลายเป็นผู้แพ้ได้

เพราะ…ความประมาท…

ผู้แพ้อาจกลายเป็น ผู้ชนะได้

เพราะได้… เรียนรู้ บทเรียนจากความผ่ายแพ้

คนรวย อาจกลายเป็น คนจนได้

ถ้าเผลอ.. ตัวคิดว่า มีเงินมากมาย ใช้ไม่หมด

คนยากจน .. ก็ .. หายยากจน ได้

ถ้าไม่เคย … ย่อท้อ ต่อ โชคชะตา…

เราห้าม… วิกฤติในชีวิต… ไม่ได้

แต่… เรา พลิกวิกฤติ ให้เป็นโอกาสได้เสมอ …