‘นิโคล’ ขอโทษแฟนคลับแทน ‘หนุ่ม’ ไม่ได้ร่วมงานบอลช่อง 3 เหตุปวดท้องรุนแรง

ปล่อยแฟนคลับรอเก้อ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ พระเอกขวัญใจ ป่วยกระทันหันไม่ได้ไปร่วมเตะบอล ในงานฟุตบอลประจำปี มหกรรมฉลองครบรอบ 48 ปี ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งไม่ได้แจ้งแฟนคลับให้ทราบจนทำให้เกิดดราม่า มีโอกาสเจอแฟนสาว นิกกี้-นิโคล เทริโอ ที่มาร่วมงานเปิดตัวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เบตาดีน โทรตสเปรย์ และ เบตาดีน การ์เกิล จึงได้สอบถามถึงอาการป่วยของพระเอกหนุ่ม
โดย นิกกี้ เผว่า “ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ขอบคุณทุกคนเป็นห่วงนะคะ วันนั้นกี้มีธุระอยู่กับลูกแล้วก็โทรคุยกับพี่หนุ่ม เขาปวดท้องมากก็ไปโรงพยาบาล กี้ก็โทรหาอยู่เรื่อยๆ ถามว่าเขาเป็นหนักมั้ย ก็หนักสำหรับวันนั้นไม่สามารถที่จะไปเตะบอลได้ พี่หนุ่มเขาบอกปวดท้อง ก็หนักอยู่นะคะ ถึงขั้นต้องไปโรงพยาบาล แต่ว่าตอนนี้เขาดีขึ้นแล้วได้กำลังใจจากทุกคน ก็ขอบคุณมากค่ะ”

เกิดดราม่าไม่บอกแฟนคลับว่าจะไม่ไปงานบอลช่อง 3
“ถ้าเขาทราบก่อนว่าไม่สบายก็ต้องบอกอยู่แล้ว แต่กี้ว่าเวลาคนไม่สบายมันก็จะฉับพลัน เขาต้องอยากเตะบอลอยู่แล้ว ไม่มีใครไม่อยากไปหรอก เพราะว่าทั้งซ้อมด้วย และก็ถอยร้องเท้าสตั๊ดใหม่ วันนั้นกี้ก็ไปดูเขาซ้อม เขาก็ตื่นเต้นมากที่จะได้เตะ และเขาก็เสียใจที่ไม่ได้ไปค่ะ ใจเขาอยากไปมากนะ พวกเราก็รอดูรอเชียร์กันอยู่ เข้าใจว่ามีหลายคนเป็นห่วงหรือสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จริงๆ มันไม่มีอะไรแค่ไม่สบาย ก็รักษาตามอาการก็ดีขึ้นแล้วค่ะ”

มีกลุ่มแฟนคลับไปรอที่งาน
“ต้องกราบขอโทษแทนพี่หนุ่มด้วยแล้วกันค่ะ พี่หนุ่มก็ฝากให้กี้มาบอกทุกๆ คนด้วยนะคะ ว่าขอบคุณที่ติดตามและคอยเป็นห่วง คอยถามว่าดีขึ้นหรือยัง คนเราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นหรอก แต่มันเป็นเรื่องสุดวิสัยจริงๆ คนไม่สบายอะเนอะ”

มีข่าวแบบนี้กลัวจะกระทบจิตใจพี่หนุ่มไหม
“ก็อาจจะมีค่ะ แต่เขาได้กำลังใจจากแฟนคลับ และหลายๆ คนถามถึงอาการ มันก็เป็นกำลังใจแล้วเขาก็ดีขึ้น วันนั้นเขาก็รู้สึกเสียดายมากที่ไม่ได้ไป ถามว่ากระทบกับงานเยอะมั้ย ไม่ค่ะ ก็แค่งานวันนั้น แล้วเขาก็ดีขึ้นแล้ว และพร้อมจะทำงานเหมือนเดิม”

ได้ตรวจอย่างละเอียดไหม ว่าสาเหตุของอาการปวดท้องเกิดจากอะไร
“อันนี้ต้องถามคุณหมอ กี้ไม่แน่ใจค่ะ ไม่น่าจะมีอะไรซีเรียส ที่คุยกับพี่หนุ่มก็คือเขาปวดท้องมาก และไม่สามารถที่จะไปเตะบอลได้ กี้ก็พยายามดูแลอย่างดี ก็ต้องทานอาหารให้มันถูกต้องค่ะ”

หนังเด่น : THREE BILLBOARDS OUTSIDE EBBING, MISSOURI 3 บิลบอร์ด ทวงแค้นไม่เลิก

“กฤษดา”

สิ่งที่เป็นจุดสนใจของหนังเรื่องนี้คือการแสดงของผู้แสดง 3 คน ฟรานเชส แม็กดอร์มานด์ แซม ร็อกเวลล์ และ วูดดี้ ฮาร์เรลสัน

โดย 2 คนแรกได้รับรางวัลออสการ์ สาขาผู้แสดงนำหญิง และผู้แสดงสมทบชาย ตามลำดับ

นอกจาก 2 รางวัลออสการ์แล้ว ทั้งคู่ยังได้รับรางวัลผู้แสดงนำหญิงและผู้แสดงสมทบชายจากหลากหลายสถาบัน ทั้ง สมาคมวิชาชีพ นักวิจารณ์ และสื่อมวลชน รวมกันมากกว่า 20 รางวัล

เมื่อมองที่ความสำเร็จรายบุคคล สามารถกล่าวได้ว่า ทั้งคู่เป็นคู่นักแสดงจากหนังเรื่องเดียวที่ประสบความสำเร็จ และได้รับการยกย่องมากที่สุดแห่งปี

แน่นอนว่ารางวัลเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการยอมรับยกย่อง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามผู้ที่ไม่ได้รางวัล

และอย่างที่กล่าวไปในย่อหน้าแรก หนังเรื่องนี้มีจุดเด่นที่น่าสนใจในแง่งานแสดงของกลุ่มนักแสดง ไม่ใช่แค่ 2 คนที่ได้รางวัล

บททำให้เกิดตัวละครที่ลึกและมีลักษณะรอบด้าน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักแสดงเข้าไปสวมบทบาทได้อย่างเต็มศักยภาพ

นอกเหนือจากการสร้างตัวละคร บทฯ ยังได้นำเสนอสาระอันหนักแน่นและอุดมด้วยความขัดแย้ง ซึ่งท้าทายความคิด และสะเทือนอารมณ์

เมื่อตัวละครเอกเริ่มต้นต่อสู้ด้วยการตั้งคำถามบนแผ่นโฆษณาขนาดใหญ่เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีฆาตกรรมโหดที่ลูกสาวของเธอตกเป็นเหยื่อ เชื่อว่าคนดูพร้อมจะยืนเคียงข้าง

หลังจากนั้น คนดูได้เห็นตำรวจคนหนึ่ง เป็นพวกเหยียดผิวและชอบใช้ความรุนแรง การอยู่เคียงข้างเธอน่าจะมั่นคงมากขึ้น

‘บอย’ ขำ!เพจทวงคืนน้อง ‘นาย’ – ดีใจ ‘หมาก’ ชวน ‘มิ้นต์’ ร่วมเฟรมแก๊งล่ม

หลังดึงสามีแห่งชาติ นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ ลูกชายสุดที่รักของ แม่หมู-พิมพ์ผกา เข้าอบรมหลักสูตรคนดีของแก๊งตั๊กไลฟ์ โดยสามหนุ่มสุดเกรียน บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ และ อาเล็ก-ธีรเดช เมธาวรายุทธ เป็นอาจารย์ถ่ายทอดวิชาให้ ทำเอาแฟนคลับเรียกร้องจนเกิดเพจ ทวงคืนน้องนายจากแก๊งตั๊กไลฟ์ ขึ้นมา มีโอกาสเจอหนุ่ม บอย-ปกรณ์ พี่ใหญ่ของแก๊ง ในงานเปิดตัวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ เบตาดีน โทรตสเปรย์ และ เบตาดีน การ์เกิล จึงได้สอบถามถึงเรื่องดังกล่าว
โดย บอย เผยว่า “เห็นเพจแล้วครับ คนส่งมาให้ดูเยอะมากบอกว่า อย่าคิดมากนะ เราก็บอกว่าไม่คิดอยู่แล้ว(หัวเราะ) เพจนี้ผมว่าเขาก็ไม่ได้จริงจังหรอก ก็ตั้งขึ้นมาขำๆ สนุกๆ ถามว่าสอนอะไรน้องนายไปบ้าง เราก็ไม่ได้สอนอะไรขนาดนั้น ผมรู้สึกว่านายความจริงเขาอยู่กับช่องมาสักพักแล้ว แต่เรายังไม่มีโอกาสได้เจอกัน ที่ผ่านมาก็มีงานคอนเสิร์ต พอมางานนี้มันเป็นความบังเอิญตรงที่ นายถูกจับมาอยู่กับพวกผม 3 คน โดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวพวกผมก็ไม่รู้ตัว พอได้มาเจอกันมาซ้อมบอลด้วยกัน มาซ้อมโชว์ด้วยกัน ก็รู้สึกว่าน้องเขาเป็นเด็กน่ารักนะ แล้วเขาก็ดูเป็นเด็กสนุกๆ เคยถามเขาด้วยคือสาเหตุหลักๆ ก็แค่เขาเข้ามาใหม่ ไม่มีเพื่อน ไม่รู้จะเริ่มต้นคุยกับพี่ๆ ยังไง ซึ่งผม อาเล็ก เกรท ก็เคยเป็นมาก่อน ฉะนั้นเราก็แค่ทำความคุ้นเคยให้เขา ละลายพฤติกรรมเขาครับ”

ต่อข้อถามถึงเรื่องสมาชิกเรื่อง 4 หัวใจแห่งขุนเขา รวมตัวถ่ายรูปกันอีกครั้งในฟุตบอลช่อง 3
พระเอก เล่าว่า “วันนั้นเป็นวันซ้อมใหญ่งานฟุตบอล ผมจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน น่าจะแถวๆ คิมเบอร์ลี่ หรือ ญาญ่า บอกว่าไปถ่ายรูปกันในมุมที่เคยถ่ายเมื่อ 2 ปีที่แล้วกัน ผมก็โอเค ไปๆ เราดีใจตรง หมาก เป็นคนพูดว่า จะชวนก็ชวนให้คบนะ ต้องมาให้หมด เราก็แยกกันไปชวน ผมก็ไปชวนมิ้นต์ ทุกคนก็มาถ่ายรูปกัน”

หลายคนจับตาคู่ หมาก-ปริญ กับ มิ้นต์-ชาลิดา
“ก็ดีครับ ผมว่าจริงๆ มันไม่มีอะไรแล้ว ตอนนั้นเรื่องราวมันเกิดจากความเข้าใจผิด หรือว่าเรื่องอะไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้รู้รายละเอียดมากและเวลาก็ผ่านมานาน อะไรต่างๆ ข้างในใจคงหายหมดแล้วแหละ แค่เหลือจังหวะกับโอกาสที่จะได้คุยกันแค่นั้นเอง ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้คุยกัน ซึ่งตอนนั้นเขาก็แท็กมือกัน ความจริงผมไม่ได้เป็นหัวหน้ากลุ่ม เราแค่ดันโตสุดแค่นั้นเอง(หัวเราะ) พอวันนั้นเขามาถ่ายรูปอยู่ด้วยกัน เราก็เห็นว่าเป็นจังหวะที่ดี เราก็บอกให้ชนมือกันได้ เขาก็ชนมือกันแล้วก็บอกไม่มีอะไรนะ ทุกอย่างมันก็แฮปปี้ครับ”

จะเปิดไลน์กลุ่มใหม่ไหม
“ไลน์กลุ่มยังไม่รู้ครับ เอาเป็นว่าค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ตอนนี้ทุกอย่างมันกลับมาในภาพเดิมๆ แล้ว ถามว่าสบายใจขึ้นมั้ยเห็นน้องๆ กลับมาคุยกัน ผมว่าทุกคนเป็นหมด ไม่ชอบเห็นคนที่เรารู้จักหรือคนที่เรารักมีปัญหากันอยู่แล้ว พอเขากลับมาสมานกันมันก็เป็นไรที่ดี ส่วนจะมีชวนกันไปไหนด้วยกันมั้ย ผมว่าเดี๋ยวก็คงมีแหละ ความจริงแล้วเราก็มีไปทานข้าวด้วยกันบ้างครับ”

ทึ่ง! นางเอก ‘จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ’ โชว์ปอมปอมเกิร์ล ยอมรับหวาดเสียวแต่สู้ตาย สานฝันวัยเด็ก

ทำเอาคนดูทางบ้านตาค้างเลยทีเดียว! สำหรับนางเอกมากความสามารถ จั๊กจั่น-อคัมย์สิริ สุวรรณศุข หลังเจ้าตัวไปร่วมแข่งขันในรายการ “The Show ศึกชิงเวที” ทางช่องเวิร์คพอยท์ เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเลือกการแสดงโชว์ “ปอมปอมเชียร์” จากกีฬาเชียร์ลีดดิ้ง ในเพลง “Hey Mickey” งานนี้สาว ‘จั๊กจั่น’ เอาชนะใจคนดูในห้องส่งและคณะกรรมการ จนสามารถคว้าแต้มให้กับทีมสีนำเงิน ซึ่งมี ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด เป็นหัวหน้าทีมฝ่ายหญิง และ ซาร่า-นลิน โฮเลอร์ เป็นผู้ช่วย ไปได้สำเร็จ!

ทั้งนี้สาว ‘จั๊กจั่น’ เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ถึงโชว์ “ปอมปอมเชียร์” ที่เจ้าตัวแอบซุ่มซ้อมอยู่นานหลายเดือน ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นโชว์สวยๆ ที่ทุกคนเห็นกัน นางเอกสาวบอกว่า…ท้อถึงขั้นถอดใจจะไม่ทำอีก

ทำไมเลือกที่จะโชว์ปอมปอมเกิร์ล?
“จริงๆ มันเป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็ก เวลาไปดูเขาประกวดปอมปอมเชียร์กันที่ซีคอนฯ ได้แต่ยืนเกาะบันไดมองอย่างตื่นเต้น แล้วก็ฝันว่าอยากทำบ้าง อยากเป็นตัวยอด อยากเต้น และต่อตัวได้แบบนั้นบ้าง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำเลย จนโตมาได้มาดูหนัง “Bring It On” ที่เกี่ยวกับปอมปอมเชียร์เลยยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ แต่ก็รู้ดีว่ามันไม่ใกล้ชีวิตจริงเราเลย ชาตินี้ไม่มีโอกาสได้ทำแน่ๆ จนรายการ “The Show” ติดต่อมาถามว่าจั่นมีอะไรที่อยากทำหรือเป็นความใฝ่ฝันจริงๆ แล้วยังไม่เคยได้ทำมั้ยในชีวิตนี้ จั่นบอกเลยว่ามีคือเต้นปอมปอมเชียร์นี่แหละ แต่มันคือความฝันจริงๆ ทั้งฝันที่อยาก และฝันที่ไกลความจริง ไกลเกินความสามารถจั่นมาก เพราะอุปสรรคเยอะ จั่นเป็นคนบาลานซ์ตัวไม่ดี เต้นไม่เป็น ที่สำคัญคือกลัวความสูงที่สุด แค่นี้ก็จบละ แต่รายการบอกว่า “เอามั้ยล่ะ มาทำในรายการนี้มั้ย” จั่นก็…เฮ้ย!! เอาจริงเหรอ จะทุ่มทุนกับจั่นเหรอ เพราะต้องจ้างคนมาสอนจั่นนะ เขาบอกถ้าจั่นทำเขาก็ยินดี จั่นก็เอาวะ!! ลองดูซักตั้ง เขาก็ไปจ้างครูมาเลย แล้วก็มีน้องๆ ทีมที่แข่งระดับแชมป์มาซ้อมกับจั่น เริ่มฝึกครั้งแรกประมาณ 4-5 เดือนก่อนวันแข่ง แต่ตอนนั้นเขาสอนพวกท่าเบสิก การทรงตัว การจัดระเบียบร่างกาย แค่นั้นจั่นก็ร้องแล้ว มันต้องยืดเส้น เตรียมกล้ามเนื้อ โหยยย…เจ็บมากปวดมาก เรียนทำท่าเบสิกไป 4 ครั้ง ครั้งละ 2 ช.ม. ชั้วโมงแรกจั่นงอแง กลัว ทำไม่ได้ๆ มาสงบสติอารมณ์ได้ก็ชั่วโมงหลัง คือมันยากมาก แล้วเอาจริงๆ จั่นคิดว่าเขาคงแค่ให้จั่นมาเต้นๆ ท่ารูทีน แล้วถ้ามีต่อตัวคงขึ้นไปแค่ชั้นเดียวสวยๆ จะเอาอะไรมากเพราะเราเป็นนักแสดงไม่ใช่นักกีฬาตัวจริง ที่ไหนได้เขาออกแบบท่าไว้ให้จั่นต้องต่อตัวขึ้นไปสูงถึง 3 ชั้น จั่นร้องเลย มันกลัวมาก หยุดซ้อมไปเลย 3 เดือน จนมานั่งคุยกับตัวเองว่ารับงานเขามาแล้ว เราเลือกเองด้วยที่จะทำฝันนี้ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ จั่นเลยตัดสินใจงดรับงาน 7 วันก่อนวันแข่ง แล้วขอนัดซ้อมทุกวันวันละ 2 ช.ม. จนถึงวันแข่งเลย คือเว้นไม่ได้ ถ้าเว้นจั่นจะกลัวจะเสียวทุกครั้งที่ถูกโยนขึ้นไปข้างบน”

มีบาดเจ็บบ้างไหม?
“เรื่องบาดเจ็บไม่ต้องห่วง ไม่รู้จะบอกว่าเจ็บปวดขนาดไหนดี บางวันตื่นมานี่เดินแทบไม่ได้ แต่จั่นไม่เคยตกหรือร่วงจนถึงพื้นสักครั้งนะคะ น้องๆ จะรับไว้ทันหมด แต่ก็จะกระแทก เพราะบางทีจั่นก็หล่นลงมาแบบยวบยาบ น้องๆ ต้องพุ่งเข้ามารับจั่นกันไม่ให้จั่นตกถึงพื้น มันก็มีกระแทกฟกช้ำดำเขียวกันเอาเรื่อง ร่องรอยเต็มตัวไปหมด ใครเห็นถามไปโดนไรมาก็บอกไม่ได้(หัวเราะ)”

คิดว่าคุ้มไหมกับการทำตามความฝันนี้?
“จั่นเข้าใจคำว่าการแข่งขันแล้ว ตัวเราไม่ได้แข่งขันกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง แข่งกับความฝันของตัวเองที่มันมาพร้อมกับความกลัว อยากทำมากที่สุด แต่มันจะน่ากลัวที่สุดด้วยนะ จั่นได้กำลังใจและความเชื่อจากคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นอาบี ผจก.จั่น ทีมงาน น้องๆ ที่เต้นด้วยกัน ทุกคนบอกว่าทำได้สิ จั่นต้องทำได้ ความเชื่อของพวกเขาเป็นพลังที่มาช่วยดันให้จั่นฮึด แล้วจั่นก็ก้าวผ่านความกลัวของตัวเองมาได้อีกขั้นนึงแล้วค่ะ”

ปิดตำนาน‘เจ้าพ่อมนต์สิทธิ์’ ประกาศเลิกใบ้หวย หลังงวดนี้บอกผิด-แต่ตัวเองซื้อถูก82

ใบ้หวยถูกติดๆกันมาหลายงวด สำหรับนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ส่วนงวดวันที่ 2 มี.ค.2561 เลขสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ออกกลับไม่ตรงกับเลขที่นักร้องดังโพสต์ไว้ ทำเอาแฟนเพลงและเซียนหวยหลายคนต่างน้ำตาตกตามๆกัน ก่อน ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ได้โพสต์ภาพตัวเองถือลอตเตอรี่ที่เลขท้าย 2 ตัวเป็นเลข 29 ซึ่งตรงกับรางวัลเลขท้าย 2 ตัวในงวดนี้ พร้อมแคปชั่นว่า “เลขนี้ซื้อเมื่อเช้านี้ครับ อย่าว่ากันเด้อ….ออกเบอร์โทรศัพท์ผมซื้อมื้อเช้านี้ 0970071129…อยู่กับโชคกับดวงคนครับผมว่า”

ล่าสุด ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ โพสต์คลิปในเฟซบุ๊กชี้แจงถึงการใบ้หวย ที่เคยบอกถูกมา 5 งวดติดและบอกผิดใน 2 งวดล่าสุด โดยมนต์สิทธิ์ขอปิดตำนานเจ้าพ่อหวย เพราะจะไม่โพสต์ใบ้หวยอีกต่อไป แต่จะโพสต์บอกเฉพาะตอนที่ตัวเองถูกเท่านั้น อย่างงวดนี้ ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ก็ไม่ได้โพสต์บอกแฟนๆ แต่ตัวเองก็ซื้อเลขท้าย 82 ไว้และถูกรางวัล โดยระบุแคปชั่นว่า “ออกมาขอโทษแฟนเฟซบุ๊กทุกๆท่านบอกถูกมา 5-6 งวด. ผิด 2 งวดแล้ว ขออภัยนะครับ ที่ไม่ได้โพสต์ 82 ต่อไปไม่บอกครับติดตามดูได้ครับ..!

ล่าสุด ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ โพสต์คลิปในเฟซบุ๊กชี้แจงถึงการใบ้หวย ที่เคยบอกถูกมา 5 งวดติดและบอกผิดใน 2 งวดล่าสุด โดยมนต์สิทธิ์ขอปิดตำนานเจ้าพ่อหวย เพราะจะไม่โพสต์ใบ้หวยอีกต่อไป แต่จะโพสต์บอกเฉพาะตอนที่ตัวเองถูกเท่านั้น อย่างงวดนี้ ‘มนต์สิทธิ์ คำสร้อย’ ก็ไม่ได้โพสต์บอกแฟนๆ แต่ตัวเองก็ซื้อเลขท้าย 82 ไว้และถูกรางวัล โดยระบุแคปชั่นว่า “ออกมาขอโทษแฟนเฟซบุ๊กทุกๆท่านบอกถูกมา 5-6 งวด. ผิด 2 งวดแล้ว ขออภัยนะครับ ที่ไม่ได้โพสต์ 82 ต่อไปไม่บอกครับติดตามดูได้ครับ..!

ลูกสาวให้โชค! ลูกทุ่งสาว‘เอิร์น เดอะสตาร์’เฮลั่น ถูกหวยถึง 4 ใบรวด

เป็นอีกนักร้องสาวเสียงคุณภาพ สำหรับ ‘เอิร์น สุรัตน์ติกานต์’ หรือ‘เอิร์น เดอะสตาร์’ ถึงแม้ช่วงหลังจะมีครอบครัวและลูกน้อยแสนน่ารัก แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งหรือหันหลังให้วงการเพลง

ล่าสุดสาว ‘เอิร์น สุรัตน์ติกานต์’ ถือว่าดวงเฮงสุด เพราะได้ซื้อลอตเตอรี่มาลุ้นรางวัลในงวดวันที่ 16 มี.ค.2561 เมื่อหยิบมาตรวจพบว่าถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัว หมายเลข 82 ถึง 4 ใบ เป็นเงิน 8 พันบาท สร้างความดีใจให้นักร้องสาวอย่างมาก

โดยสาว ‘เอิร์น สุรัตน์ติกานต์’ โพสต์ภาพลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลลงไอจี พร้อมแคปชั่นว่า “ขอบคุณนะคะลูกสาวมี้ #นะคะของแม่”

โยชิ โร่แจ้งความ ถูกแอบอ้างหาเจ้าบ่าวแลกเงิน 2 ล้าน ช่วยแม่ป่วย

วันที่ 16 มี.ค. ที่ พารากอนซีนีเพล็กซ์ จัดงานแถลงข่าวท้าเที่ยวข้ามภาค ตอน ท้าสายหนังตะลอนเฟี้ยวเที่ยวเมืองรอง ซึ่งมี “โยชิ-รินรดา ธุระพันธ์” มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2017 ,รองอันดับสอง Miss International Queen 2018 มาร่วมงาน และให้สัมภาษณ์อัพเดตกรณีโดนมือดีแอบอ้างเอารูปและชื่อไปประกาศหาคนแต่งงาน เพื่อแลกเงิน 2 ล้าน มาช่วยแม่ที่เจ็บป่วย จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียง

โดย โยชิ เผยว่า “ยังไม่ประกาศแต่งงานค่ะ คือตอนนั้นเราเก็บตัวประกวดอยู่ และมีเพื่อนกับรุ่นพี่โทรมาหาบอกว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เราเห็นก็ตกใจ คือจริงๆ เหตุการณ์แบบนี้เราเคยโดนมาแล้ว แบบใช้รูปเราแต่ไม่ใช่ชื่อเราไปหลอกเอาเงินผู้ชาย แต่ทีนี้มีชื่อเราและโพสต์ข้อความเป็นเท็จหมดเลย ทั้งอายุและการศึกษาคือข้อมูลผิดหมดเลย บอกอายุ 25-26 แต่จริงๆ โยอายุ 21 ปี และยังไม่จบปริญญาตรี แต่ที่เขาเขียนคือโยจบแพทย์ และแม่โยไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้น เราเห็นก็ตกใจนะว่าเขาต้องการอะไร เราก็บอกทางกองประกวดให้เขาช่วยจัดการให้หน่อยเพราะเป็นเรื่องรุนแรง”

มีการดำเนินคดีทางกฏหมายยังไงบ้างเรื่องนี้
“เราเองไม่รู้เรื่องกฏหมายเยอะ แต่ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.เมืองพัทยา และยังไม่รู้ว่าใครทำ คือเราไม่รู้ว่าใครไม่ชอบเราบ้าง แต่ส่วนตัวโยไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร ส่วนความคืบหน้าตอนนี้ยังไม่มี เพราะเขาต้องใช้หลายกระบวนการ อีกอย่างคนที่โพสต์เฟซเขาปิดเฟซบุ๊กหนีไปแล้ว และเราไม่รู้ว่าทางตำรวจจะมีวิธีการดำเนินการยังไงบ้างค่ะ”

ข้อมูลที่เขาลงประกาศเป็นข้อมูลจริงไหม
“ไม่จริงค่ะ มีแค่ชื่ออย่างเดียวที่จริง และเขาเขียนว่าผ่านการเกณฑ์ทหารมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรายังไม่ได้เกณฑ์ทหารค่ะ”

กลัวแฟนคลับเข้าใจผิดและเอาเงินไปให้เขาใช่ไหม
“เราไม่กลัวแฟนคลับโดนหลอก เพราะเขาจะรู้กันอยู่แล้วว่าข้อความจริงเท็จยังไง แต่โยกลัวกลุ่มคนที่อยากจะเลี้ยงดูเราจริงๆ ติดต่อมาแล้วโดนหลอกเงินไป เพราะตั้ง 2 ล้าน”

เคยโดนคนอื่นมาแอบอ้างอีกไหม หรือเพิ่งคนนี้ครั้งแรก
“มีเยอะค่ะ มีนานแล้ว มีทั้งทำเฟซบุ๊กปลอมไปหลอกขอเงิน โยเจอมาหมดแล้ว และทุกครั้งที่เจอจะโพสต์เฟซบอกว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในตรงนี้”

กลัวจะมีกรณีที่ร้ายแรงกว่านี้เกิดขึ้นไหม
“กลัวนะ เพราะในสมัยนี้โซเชียลมีเดียคือแรงมาก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถามว่ากังวลว่าเรื่องนี้เป็นการดิสเครดิตมั้ย กลัวนะเพราะตอนแรกนึกว่าจะไม่เป็นเรื่องใหญ่ แต่พอคนติดต่อและทักเข้ามาเยอะ เลยรู้สึกว่าคนเห็นเยอะเหมือนกัน คนไม่รู้เขาก็คิดว่าเราทำอย่างนั้นจริงๆ ยิ่งเรามีตำแหน่ง มีมงอยู่บนหัวเราต้องยิ่งรักษาภาพลักษณ์ให้ดีที่สุด”

เราจะระวังยังไง
“ไม่รู้จะเซฟจากตรงนี้ยังไง เพราะเขาเอารูปเราไปแล้วสร้างข้อความที่เสียหายให้เรา อาจจะฝากถึงคนที่เสพสื่อโซเชียลมีเดีย ควรจะรู้เท่าทันสื่อ ว่าจริงหรือเท็จ รวมถึงเพจปลอมที่สร้างข่าวจนเกิดความเสียหายให้คนอื่นมีเยอะ”

แล้วจริงๆ มีคนเขาติดต่อมาขอเลี้ยงดูเราไหม
“พี่ว่ามีมั้ย หนูว่าน่าจะมีนะ เพราะเรามีหลายกลุ่ม และเคยเจอกับตัวด้วยนะแต่นานแล้ว เหมือนจะจ่ายเงินให้เท่านี้ๆ มามั้ย หรือรับงานถ่ายแบบมั้ย แบบถ่ายส่วนตัว ส่วนวิธีจัดการคือเราก็ไม่ตอบเขา”

ตอนนี้โสดแล้ว หนุ่มๆ รุมจีบเลยไหม
“ไม่รู้ว่าพูดไปพี่ๆ จะเชื่อมั้ย คือเราไม่มีคนคุย แต่ไม่เป็นไร แค่อาจจะเหงาบ้างบางที แต่การมีแฟนก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ณ ตอนนี้”

ก็มีกระแสข่าวว่าเราเลิกกับแฟนเพราะมีปัญหาทะเลาะ ตบตี ทำร้ายร่างกาย
“มันมีหลายกระแสที่บอกว่า เราได้มิสทิฟฟานี่แล้วเราทิ้งเขา และกระแสทำร้ายร่างกาย คือโยจะไม่พูดให้เสื่อมเสียไปถึงเขานะคะ เอาเป็นว่ามันมีปัญหาหลายอย่างที่เราเข้ากันไม่ได้ หลายรอบมากๆ เราใช้ความอดทนอยู่ด้วยกันหลายรอบ และคนเราความอดทนมีขีดจำกัด ถ้าไม่แฮปปี้ที่อยู่ตรงนี้ก็ถอยออกมาดีกว่า ซึ่งเขาก็รู้เหตุผลข้อนี้ว่าทำไมเราถึงถอยออกมา คือเขาก็ยอมรับว่ามีส่วนผิด เราก็มีส่วนผิด ต่างคนต่างผิด ไม่ใช่ว่าได้มิสทิฟฟานี่แล้วทิ้งเขา”

‘ผัดไทย’ ผวา! เจอโรคภาวะไตเสื่อม รีบหันดูแลตัว – หวังเป็นกรณีศึกษา

วันที่ 16 มี.ค ที่อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้นล่าง ถนนสีลม กรุงเทพมหานคร นักแสดงอารมณ์ดีวัย 50 ปี ผัดไท-ดีใจ ดีดีดี ให้สัมภาษณ์ในงาน “World Kideny Day 2018 : โรคไตกับผู้หญิง” ถึงเรื่องที่เป็นโรคภาวะไตเสื่อม
โดย ผัดไท บอกว่า “ที่เป็นโรคไตเสื่อมได้ เพราะตอนนั้นอายุ 30 กว่า ไม่ชอบดูแลตัวเอง แล้วตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็น ก็กิน เที่ยว และดื่มปกติ ซึ่งมันผิดรูปแบบการกินไปหมดเลย”

หลังจากที่ทราบว่าเป็นโรคนี้แล้วได้มีการดูแลและรักษาตัวเองอย่างไรบ้าง?
“จริงๆ เราก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเป็นโรคไตของตัวเอง เพราะยังไม่รู้จักมัน แต่มันมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ธาตุไตขึ้นมาประมาณ 2.6 ซึ่งมันขึ้นมาสูงมากสำหรับคนที่ค่อยๆ ไต่ขึ้นมา คุณหมอเลยบอกว่าถ้าเราไม่เอาลง ต้องเข้าสู่ระบบการฟอกไต เรารู้สึกว่าเหมือนมันใกล้ตัวขึ้น เลยไปเรียนรู้ว่าการฟอกไตเป็นอย่างไร และดูท่าทางแล้วมันไม่เข้ากับวิธีการทำงานของเรา ก็เลยไปเรียนรู้เรื่องวิธีการดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้ไปถึงสเต็ปนั้น เพราะหมอบอกว่าถ้าทานแบบนี้ เราจะชลอได้ประมาณอีก 15 ปี ถ้าเทียบแล้วอีก 15 ปีก็อายุ 65 พอดี ซึ่งถ้าไปฟอกตอนอายุ 65 ปี มันก็นิ่งกว่านี้แล้ว”

“แต่ก็ไม่อยากฟอก ถ้าควบคุมได้ก็จะควบคุม แต่ทีนี้มันจะมีปัญหาตอนควบคุม เราคิดว่าเราควบคุมอาหารทั้งหมดแล้ว แต่บางทีเวลาที่มันขึ้นมาอีกเราก็อ่อนใจเหมือนกัน เพราะเราทานอาหารเป๊ะมาก ตามสเต็ปมาก แต่ปรากฏค่าไตดีดขึ้นมา นั่นคือมันเป็นผลมาจากที่ออกกำลังกายและเราไม่ทราบ เราเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายและออกเยอะ ไม่ค่อยได้พัก ซึ่งเล่นทั้งกีฬาทางน้ำและฟิตเนส เวลากลับบ้านถ้าไม่ได้ทำอะไรก็จะว่ายน้ำก่อนหรือฟิตเนสซักชั่วโมงนึง หรือถ้ายังไม่ง่วงอีกก็จะลุกขึ้นมาวิ่งและนั่นแหละเป็นสาหตุที่ทำให้ค่าไตขึ้นมาอีก เพราะว่าค่าซีเคมันขึ้น ซีเคคือกล้ามเนื้อสลาย ก็คือเวลาที่เราออกกำลังกายมันก็ขับถ่ายเป็นของเสียออกมาและพอกล้ามเนื้อเราสลายมันก็เลยออกมาเป็นค่าไตอีก เราเลยตกใจ รู้สึกว่าตกลงออกกำลังกายมากไปก็ไม่ดี เลยกลายเป็นว่าของกินต้องถูกจำกัดแล้ว ออกกำลังกายยังถูกจำกัดอีก”

“กลายเป็นว่าออกกำลังกายเต็มที่ไม่เกิน 20 นาที จากที่ว่างเมื่อไหร่ออกกำลังกายตลอดเวลาก็ต้องอด และมันทำให้ค่อยๆ ขยับมาดีขึ้น จากค่าไต 2 อัพ มันก็ลงมา 1.7 มันคุ้มค่า และพอเราเห็นตัวเลขว่าลงเราก็รู้สึกว่าวิธีนี้มันดี และมันก็มีบางช่วงที่เรางดโปรตีนไปเลย ตลอดเดือนนี้จะไม่แตะต้องเนื้อสัตว์หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นหมวดหมู่โปรตีน ปรากฏก็ไม่ดีอีกเพราะคลอเรสเตอรอลมันขึ้นอีก เราเลยต้องเข้าไปเรียนรู้เขาเรื่อยๆ”

ด้วยความที่เรามีงานเยอะ ไม่มีเวลาไปหาหมอด้วยใช่ไหม?
“ไม่ใช่ เอาจริงๆ งานเยอะเป็นแค่ข้ออ้าง งานเยอะก็ไปหาได้ เพราะมันมีเวลา แต่ทำไมพองานเยอะมันทำให้เราไม่มีวินัยในการไปหาหมอ เพราะเราขี้เกียจ มันก็เป็นเหตุผลท้ายๆ แล้ว เหตุผลหลักจริงๆ เกิดจากความไม่รู้ว่าสำคัญและต้องทำตามสเต็ป ตอนที่หมอประกาศว่าผัดไทเป็นโรคไตร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว หมอเรียกนักโภชนากรมาคุยกับเราเลย ต้องจำกัดอาหารแล้ว โภชนากรก็แจงอาหารทั้งหมดที่เราต้องกิน ช่วงแรกๆ เราไม่ได้สติ๊กอาหารเลย เพราะด้วยความไม่รู้ จนเรื่องมันใกล้ตัว และเราเห็นค่าของมันว่าถ้าเราทำแบบนี้ผลมันก็จะดี คือเรียกได้ว่าเรียนรู้ไปทีละสเต็ป”

และวันนี้ได้มาให้ความรู้ จากที่เราประสบปัญหามาเป็นอย่างไรบ้าง?
“มางานเต็มใจอยากมาอยู่แล้ว เพราะคนที่ฟอกแล้วมันก็ไปสเต็ปนึงแล้ว แต่คนที่เพิ่งเป็นหรือเป็นระยะที่น้อยกว่าเรา และถ้าเขาได้ฟัง พี่คิดว่าเขาน่าจะเป็นเหมือนพี่ รู้แล้วแต่ยังไม่ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง เราก็เลยอยากบอกเขาว่ามันต้องสนใจจริงๆ และมันส่งผลกับเราจริงๆ”

ตูบเนปาลสุดน่ารัก ขนาด ‘แบงค์ แคช’ ยังหลง! ระหว่างถ่ายทำเอ็มวี ‘รอฉันหรือเปล่า’(มีคลิป)

หลังพักงานในฐานะนักร้องไปพักใหญ่ ด้วยการหันไปเอาดีทางด้านการแสดง ล่าสุดนักร้องหนุ่ม ‘แบงค์ แคช’ หรือ ‘แบงค์’ปรีติ บารมีอนันต์ หันมาจับไมค์อีกครั้ง กับงานเพลงซิงเกิลใหม่ “รอฉันหรือเปล่า”ที่เจ้าตัวได้นำสไตล์การร้องแบบร็อกมาผสมกับดนตรีป็อปที่มีซาวด์เปียโนและเครื่องเป่า ซึ่งความต่างของการร้องและดนตรีในเพลงนี้ผสมผสานออกมาลงตัวทำให้หลายคนชื่นชอบเพลงนี้

 

และอีกหนึ่งความพิเศษของซิงเกิล “รอฉันหรือเปล่า” คือการถ่ายทำมิวสิควิดีโอที่แบงค์และทีมงานได้เดินทางไปถ่ายทำกันไกลถึงประเทศเนปาล เพื่อถ่ายทอดความโดดเดี่ยวและโลเกชั่นอันสวยงามให้แฟนเพลงได้ชม

 

ซึ่งขณะที่เเบงค์ได้ถ่ายทำเอ็มวีนั้นได้มีการถ่ายภาพเบื้องหลังการเดินทางให้แฟนๆ ได้ชมเป็นระยะๆ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว @bankkcash และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BANKKCASH

 

และล่าสุดนักร้องหนุ่ม ได้ลงคลิปเบื้องหลังเอ็มวี ที่เจ้าตัวกำลังเล่นกับน้องหมาเนปาลที่สุดเชื่องและแสนซน โดยเขียนแคปชั่นว่า “เอาน้องหมาเนปาลมาให้ชม….เบี้องหลัง MV เพลงรอฉันหรือเปล่า”

ฟังจากปาก‘พี่หมื่นโป๊ป’ ตอบชัดตอนนี้ค่าตัวพุ่งกระฉูด รับ 2.5 แสนต่อครึ่งช.ม.?

หลังจากดังเป็นพลุแตก จากบท “หมื่นสุนทรเทวา” ในละคร “บุพเพสันนิวาส” ทำให้พระเอกหนุ่ม “โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” กลายเป็นขวัญใจของสาวๆ และแฟนละครทั้งประเทศ ตามมาด้วยเรตติ้งละครพุ่งกระฉูด

 

งานนี้ที่หลายคนจับตาคงหนีไม่พ้นค่าตัวของพระเอกหนุ่มที่ว่ากันว่า ตอนนี้แรงพุ่งไปถึง 2.5 แสนต่อครึ่งชม.

 

จึงอยากให้มาฟังจากปากของพระเอกหนุ่ม ‘โป๊ป’ กัน โดยพระเอกหนุ่มเผยว่า ละครเรื่องนี้ถือเป็นละครที่ดังที่สุดตั้งแต่เข้าวงการมา เกินเป้าหมายมาก รับกดดันเรื่องต่อไป แต่ก็พยายามปล่อยวาง ไม่ยึดติดกับชื่อเสียงลาภยศ เพราะถ้าวันนึงหายไปจะทุกข์ใจ มองเป็นธรรมดาที่มีขึ้นมีลง กับงานก็ยังเลือกรับเหมือนเดิม จะไม่ฉวยโอกาสรับ แต่บางงานทางเจ้าภาพจะปรับรูปแบบให้เข้ากับเรา วันนึงมี 5 งาน แต่จะรับแค่ 1-2 งานเท่านั้น และไม่รับงานที่ต้องถอดเสื้อ โดยทางเจ้าของงานเข้าใจที่ปฏิเสธงาน

 

ส่วนเรื่องที่รับค่าตัว 2.5 แสนต่อครึ่งชม.นั้น ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่ทำเต็มที่ทุกงานตามที่ตกลงกันไว้